[ .Gloomy Sunday - László Jávor. ]
ศิลปะแบบ Expressionism นั้นเกิดขึ้นทางเหนือของยุโรป
Edvard Munch : The Murderer on the Lane C.1919
โดยที่ศูนย์กลางอยู่ที่ ประเทศเยอรมัน --
ศิลปะแนวนี้ ได้รับอิทธิพลจากศิลปินสำคัญ 2 คน
คือ Vincent Van Gogh
และศิลปินชาว Norwegian ที่ชื่อ Edvard Munch 
Edvard Munch : Photography
ซึ่งทั้งสองคนนี้ใช้สีที่รุนแรง และเกินความเป็นจริง
โดยเน้นความพอใจของศิลปินเป็นหลัก ไม่ยึดถือ กฏเกณฑ์
และธรรมเนียมใดๆในอดีตเลย
สีที่ใช้นั้นจะสื่อถึง พลังที่ถูกบีบคั้นบังคับกดดัน
ที่อยู่ในความรู้สึกนึกคิด ของจิตใจคน เป็นการปดปล่อยอารมณ์ผ่านสี
และฝีแปรงที่ให้ความรู้สึก ที่แข็งๆ ดิบ รุนแรง
Emil Nolde : Crucifixion C.1912
ศิลปะ Expressionism ในเยอรมันมี 2 กลุ่มคือ
1Die Brucke ที่แปลว่า สะพาน กลุ่มนี้จะเชื่อมโยงศิลปะที่แปลกแนวต่างๆ
2 Der Blaue Reiter ที่แปลว่า คนขี่ม้าสีน้ำเงิน
ชื่อนี้ได้มาจากหนังสือที่ Kandinsky จัดพิมพ์
โดยชื่อหนังสือนี้ ก็ได้มาจากงานเขียนของ Kandinsky เองอีกทีหนึ่ง
กลุ่ม Der Bladue Reiter นี้จะมีความสำคัญกว่ากลุ่ม Die Brucke
โดยกลุ่มนี้มี Kandinsky เป็นผู้นำ กลุ่ม Kandinsky เกิดใน Moscow
โดยเขาเป็นนักศึกษากฏหมายและเศรษฐศาสตร์
แต่เมื่อเขาได้ไปเที่ยวที่ Paris และได้ดูงานแสดงศิลปกรรมทำให้ Kandinsky
ตัดสินใจเป็นจิตรกรเมื่ออายุได้ 30 ปี ในหัวของ Kandinsky นั้น
เขาคิดว่าจะทำงานศิลปะในแบบ Non - Objective Painting
หรือ ภาพจิตกรรมที่ไม่มีเรื่องราวเขาได้เขียนตำรา ที่ศึกษาค้นคว้ามาอย่างหนักชื่อ
"Concerning the Spiritual in Art" 
Edvard Munch : Puberty C.1895
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวพันกันระหว่าง ศิลปะ และ ดนตรี
โดย Kandinsky เองเกิดความรู้สึกในเรื่อง Dematerialization
ในงานของ Monet และในงานของพวก Impressionism ,Symbolists,
Fauves, Cubism โดย Kandinsky เองเขามั่นใจว่า --
ศิลปะนั้นน่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับทาง จิตวิญญาณ (Spiritual)
มากกว่า วัตถุ (Material) โดย Kandinsky พูดไว้ว่า --
"หลักการประสานสี และรูปทรง ย่อมขึ้นอยู่กับการจับจิตวิญญาณของมนุษย์เพียงเท่านั้น"
ศิลปะแบบ Expressionism นี้จะมุ่งการแสดงออกทางความรู้สึก
อารมณ์ จิตวิญญาณ มากกว่ามุ่งนำเสนอความเป็นจริง ทางวัตถุ
โดยสื่อผ่านการใช้สีที่รุนแรง กดดัน ฝีแปรงที่อิสระ
โดยรับเอาอิทธิพลของกลุ่มศิลปะต่างๆเช่น การรับสีสด
และฝีแปรงอิสระจากศิลปะแบบ Fauvism
ความรู้สึกบีบคั้นกดดันจากจิตใจของมนุษย์จาก Van Gogh
หรือแม้ กระทั่ง ลักษณะการตกแต่งจากศิลปะแบบ Art Nouveau

Vincent Van Gogh : The Night Cafe C.1888
The Night Cafeภาพนี้ วาดขึ้นในช่วงปี คศ. 1888
ซึ่งเป็นช่วงที่ Van gogh ได้ย้ายไป อยู่ที่เมือง Arles ใน Provence
ซึ่งเป็นเมืองทางใต้ของประเทศฝรั่งเศส ณ.ที่นี้เอง Van gogh
ได้ทุ่มเทในการ ทำงานของเขาอย่างบ้าคลั่ง ใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ในสภาพความเป็นอยู่ที่อัตคัต ขัดสน และช่วงเวลานี้เองที่ Van gogh ได้วาดภาพ
ที่มีชื่อเสียงมากของเขาภาพหนึ่ง เป็นภาพภายใน Cafe แห่งหนึ่ง
Van gogh ได้ใช้สีแดงกับ สีเขียว ตัดกันอย่างรุนแรงมากๆ
ซึ่งทำให้รู้สึกว่า Cafe แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ ที่อาจทำให้คนเข้ามาเสียผู้ เสียคน
เสียสติ หรือก่ออาชญากรรมได้ หรือพูดง่ายๆก็คือ
Cafe แห่งนี้เป็นที่รวมของพวกคนไม่ดีทั้งหลายแหล่
คนที่ล้มเหลวในชีวิต ที่โต๊ะมีคนเมานอนฟุบหมดสติอยู่
ภาพ Night Cafe ของ Van gogh เป็นการริเริ่มที่จะเป็นศิลปะ แบบ
Expressionism โดยเห็นได้ จากการใช้ฝีแปรงที่ขาดห้วน ใช้เส้นง่ายๆ
ที่มีพลังส่งอารมณ์บวกกับการใช้สี ที่แสดงความรู้สึกสีที่สื่อความหมาย
และสีที่จัดตัดกันอย่างรุนแรง เช่น สีแดงกับสีเขียว
และการใช้สีและฝีแปรงลักษณะนี้นี่เองที่ส่งอิทธิพลอย่างมากให้กับ
ศิลปะ Expressionism ในช่วงต่อมา
Edvard Munch : The Scream C.1893
Edvard Munch เขาเป็นผู้บุกเบิกศิลปะ Expressionism คนสำคัญ
ภาพรูปคนกำลังหวีด (The Scream)
เป็นส่วนหนึ่งของความคิด "Frieze of Life" ของเขา
ซึ่งก็คือความคิดในเรื่องของครรลองชีวิต ทั้งในเรื่องของความรัก และความตาย
ภาพนี้ Munch ได้แรงดลใจมาจากตอนที่เขาเดินอยู่ที่ชายทะเลแห่งหนึ่ง
ในยามที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน และขณะนั้น Munch เองไม่สบายเจ็บป่วย
และเหน็ดเหนื่อยมาก โดยที่บรรยายกาศ รอบข้างนั้นชวนให้รู้สึกหดหู่ กดดัน
เมฆมืดครึ้มตกลงมาตำปกคลุมไปทั่ว ความรู้สึกกดดันและความรู้สึกเจ็บปวดนี้
Munch ถ่ายทอดออกมาด้วยการใช้ที่ แสดงความเจ็บปวด รูปทรงที่บิดเบี้ยว
สับสน ยุ่งเหยิง เส้นที่หมุนวนทำ ให้ดูแล้วรูสึกเวียนศีรษะ
เส้นทะแยงมุมที่เป็นราวสะพานนั้นได้สร้างให้ Perspective ที่บิดเบือนไปทั่วทั้งภาพ
สีแดงกับสีม่วงอมนำเงินที่ตรงกันข้ามนี้ ได้ถูกนำมาผสมกัน
ซึ่งการผสมกันของสีนี้นี้บวกกับองค์ประกอบต่างๆ ที่กล่าวมามันทำให้ภาพนี้
กดดันทั้งประสาทตาที่ดูแล้วรู้สึกเวียนศีรษะ กับโสทประสาทของหูที่ต้องรับฟังเสียง
กรีดร้องที่ดังมาก ซึ่งทั้ง 2 โสทประสาทนี้
ถูกดึงเข้ามาเชื่อมโยงกันอย่างที่ไม่ค่อยมีใครเคยทำมาก่อนทั้งนี้
เพราะ ว่างานศิลปะของ Munch นั้นเขาได้ให้ความสำคัญกับเนื้อหา
และเพียรคิด ค้นคว้า ทดลองหารูปทรงที่แปลกมา ใส่ในภาพของเขา
เพื่อให้ได้ภาพที่คนดูอย่างเรา แถบจะได้ยินเสียงหวีดร้องออกมาจากภาพนี้เลยทีเดียว

Wassily Kandinsky : Murnau with Church C.1910
ภาพ Murnau with Church นี้เป็นงานของ Kandinsky
เป็นภาพทิวทัศน์ของเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในแคว้น บาวาเรียใต้ Kandinsky
เลือกใช้เมืองนี้เป็นเนื้อหาของภาพ แต่เขาได้เก็บความเหมือนจริง
เอาไว้แต่เพียงเล็กน้อย เท่านั้น เขาใช้สีและฝีแปรงที่เป็นอิสระ และฉลับพลัน
มากกว่าจะนึกถึงคำนวณอะไรให้ถูกต้อง แม่นยำ โดยบางแห่ง
ยังปล่อยพื้นกระดาษแข็งให้ว่างไว้ ไม่ลงสีปิดหมด แต่เมื่อมองดูภาพนี้แล้วก็
ยังเห็นเป็นยอดแหลมของโบสถ์ กับแนว หมู่บ้านที่อยู่ทางด้านซ้ายอยู่บ้าง
การใช้สีที่ปล่อยๆเป็นอิสระกับแนวลาดเอียงลาดชันของบ้านคน
ทำให้เกิดพลังผลักดัน เคลื่อนไหว แม้จะดูเหมือนว่าศิลปินทำภาพไปด้วยความ
ฉลับพลันทันทีด้วยสัณชาตญาณก็ตามที แต่กระนั้นการใช้สีก็
ได้ดุลกันดีระหว่างสีขาวกับสีนำเงินที่ปรากฏอยู่ในที่ต่างๆ
ถือได้ว่าเป็นภาพที่เก็บบรรยากาศภูมิประเทศ และหมู่บ้านได้
สดชื่นในรูปแบบที่ใกล้จะเป็นภาพนามธรรมแท้ๆอยู่แล้ว
ซึ่งแนวทางการแสดงออกระหว่างเส้น สี และพื้นที่ว่างเช่นนี้
ต่อมามันได้พัฒนา และส่งอิทธิพลให้กับศิลปะแบบ Abstract Expressionism 
Wassily Kandinsky : First Abstract Watercolor C.1910
ภาพ First Abstract Watercolor เป็นภาพสีนํ้าของ Kandinsky
ที่เป็นภาพสีนำแบบ Abstract Expressionism ครั้งแรกที่เกิดขึ้น
Kandinsky เขียนภาพนี้ โดยแดงรูปทรงและเส้น สีที่ตัดซ้อนกันอย่างกระฉับ กระเฉง
เป็นภาพที่ดูไม่เหมือนอะไรที่เป็นจริงที่อยู่ในโลกเลยทั้งสิ้น
Kandinsky ยังใช้ดนตรีเป็นแนวทาง ที่จะนำ ศิลปะออกไปสู่
การแสดงออกแบบใหม่ ที่จะพัฒนาต่อไปตามแบบ Abstract Expressionism
เขายึดถือ จิตวิญญาณ ที่สอดคล้อง หรือขัดแย้งที่แสดงออกมาทางเส้น สี
และ พื้นที่ว่าง (space) จังหวะเคลื่อนไหว (movement)
โดยไม่แสดงเลยว่าเหมือนกับอะไรในโลกจริงๆ
----------------------------------------------
[ .Gloomy Sunday - László Jávor.]
Sunday is gloomy,
My hours are slumberless
Dearest the shadows
I live with are numberless
Little white flowers
Will never awaken you
Not where the black coaches
Sorrow has taken you
Angels have no thoughts
Of ever returning you
Wouldnt they be angry
If I thought of joining you?
Gloomy sunday
Gloomy is sunday,
With shadows I spend it all
My heart and i
Have decided to end it all
Soon therell be candles
And prayers that are said I know
But let them not weep
Let them know that Im glad to go
Death is no dream
For in death Im caressin you
With the last breath of my soul
Ill be blessin you
Gloomy sunday
Dreaming, I was only dreaming
I wake and I find you asleep
In the deep of my heart here
Darling I hope
That my dream never haunted you
My heart is tellin you
How much I wanted you
Gloomy sunday
----------------------------------------------






